จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยมายาวนานเพื่อสร้างองค์ความรู้สำหรับผลิตบัณฑิตอันพึงประสงค์และเพื่อตอบโจทย์วิจัยให้กับประเทศและวงการวิจัย ดังนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ก่อตั้งส่วนส่งเสริมและพัฒนาวิจัยเป็นมหาวิทยาลัยแรกของประเทศ และมีการตั้งกองทุนเพื่อการวิจัยในนาม “กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช” เพื่อนำดอกผลมาใช้ในการวิจัย นอกจากนี้ยังได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในปัจจุบันนี้มีสถาบันวิจัยถึง 9 สถาบันด้วยกัน ได้แก่ · สถาบันการขนส่ง · สถาบันทรัพย์สินทางปัญญา · สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ · สถาบันไทยศึกษา · สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ · สถาบันภาษา · สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ · สถาบันวิจัยพลังงาน · สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ · สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม · สถาบันวิจัยสังคม · ศูนย์วิทยทรัพยากร · สถาบันเอเชียศึกษา และยังได้ก่อตั้งศูนย์บริการวิชาการขึ้นเพื่อทำหน้าที่นำโจทย์วิจัยจากภายนอกมาให้อาจารย์และนักวิจัยได้ อีกทั้งยังได้จัดตั้งสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาเพื่อเอาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยมาสร้างรายได้ ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากการวางโครงสร้างทางการวิจัยแล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้วางกลยุทธ์สำหรับสร้างนักวิจัยมืออาชีพ โดยการให้ทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่/นักวิจัยใหม่ ทุนสำหรับการสร้างหน่วยปฏิบัติการวิจัย (RU) และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (CE) โดยในปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีหน่วยปฏิบัติการวิจัยมากกว่า 100 หน่วยและมีศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งในระดับชาติและมหาวิทยาลัยมากกว่า 20 ศูนย์ ด้วยตระหนักถึงการที่จะเป็นผู้นำทางสังคมและมุ่งมั่นที่จะเป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” ในยามที่ประเทศชาติมีปัญหา จุฬาฯควรมีคำตอบที่สามารถอธิบายได้ทุกแง่ทุกมุม ดังนั้นจุฬาฯ จึงได้จัดตั้ง “คลัสเตอร์วิจัย” ขึ้นซึ่งเป็นการรวมเอานักวิจัยหลากหลายสาขามาทำวิจัยใน 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ อาหารและน้ำ, พลังงาน, วัสดุขั้นสูง, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อุบัติใหม่อุบัติซ้ำ, สังคมผู้สูงวัยและความมั่นคงของมนุษย์ ประเด็นปัญหาเหล่านี้นอกจากจะเป็นปัญหาของชาติที่จุฬาฯ มุ่งหาคำตอบโดยยึดปรัชญาตามหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ผลงานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม โดยจะเห็นได้จากผลงานตีพิมพ์มากกว่า 1,200 เรื่องต่อปีได้รับการอ้างอิงจากนักวิชาการทั่วโลกเกือบ 20,000 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ยังมีผลงานและนักวิจัยที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติปีละกว่า 50 รางวัล ความสำเร็จในการได้รับการจัดอันดับให้ เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ 166 ส่วนหนึ่งมาจากความเป็นเลิศทางวิชาการ และผลงานการวิจัยของจุฬาฯ ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ และสร้างชื่อเสียงในระดับนานชาติอย่างต่อเนื่อง |